เวียนเทียนพูดอะไรกัน

พอดีได้ไปอ่านมาจากหน้า เฟสบุ๊กไหว้พระ มาก็เลยขอบันทึกเก็บไว้ซะหน่อย…

การเวียนเทียน เป็นประเพณีในการสักการะบูชาวิธีหนึ่ง โดยปกติ จะกระทำกันในวันสำคัญทางศาสนาพุทธ คือ ในวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอัฐมีบูชา(วันสำคัญทางพุทธศาสนาอีกวันหนึ่ง ที่คนส่วนใหญ่หลงลืมเพราะว่าไม่ใช่วันหยุดราชการ แล้วจะนำมาเล่าในอาทิตย์หน้านะครับ) และ วันอาสาฬหบูชา เรียกว่า โดยปกติแล้ว จะทำการเวียนเทียน กัน ปีละ ๔ ครั้ง นอกเหนือจาก ๔ วัน ที่กล่าวมาแล้วนั้น ยังนำการเดินเวียนเทียน มาใช้ในการสักการะบูชา สถานที่หรือ สิ่งของ ที่เป็นตัวแทน พระพุทธ พระ ธรรม พระสงฆ์ เช่น เรามักจะเห็นการเดินเวียนเทียน เพื่อสักการะบูชา พระบรมสารีริกธาตุ หรือ พระมหาธาตุสำคัญๆ เป็นต้น

การเดินเวียนเทียน จะเดินเวียนขวา หรือ หรือ ทักษิณาวัตร คนก็เริ่มงง ว่าวนทางไหนกันแน่ ก็เดินตามๆกันไป บางคนก็ใช้หลัก เดินตามเข็มนาฬิกา บางคนก็เดินไปทางซ้ายมือ เมื่อหันหน้า เข้าหา พระประธาน (แล้วจะเรียกว่าเดินวนขวาได้ไงนะ) ก็จำว่าเดินเลี้ยวขวาตลอด จนรอบ องค์ประธาน ซึ่งอาจเป็น พระอุโบสถ วิหาร พระปรางค์ หรือพระธาตุ ต่างๆ ก็แล้วแต่ สมัยเด็กๆ มีคนเฒ่าคนแก่บอกว่า การเดินวนขวาก็คือ ก็เดินเอาไหล่ ของแขนข้างขวา หันเข้า องค์ประธาน ก็เห็นว่าจำง่ายดี ก็จำแบบนี้มาตลอด

ปัญหาใหญ่ของการเวียนเทียน เท่าที่ถามกันมามากคือ เขาพูดอะไรกัน ที่แน่ๆ เขาคงไม่ให้คุยกัน เหมือนที่คนบางส่วน ทำกันในปัจจุบันนี้ จนทำให้คนอีกหลายคน เบื่อหน่ายการเวียนเทียน เพราะดูเหมือนไปตลาดนัดมากกว่า ที่คนโบราณไม่ได้ กำหนดกฏเกณฑ์ ให้แน่นอนก็เพราะว่า อยากให้เป็นการสักการะ ที่มาจากใจของแต่ละคน โดยกำหนดเพียงคร่าวๆว่า ให้เดินจนครบ ๓ รอบ รอบแรก ให้ระลึกถึงและสักการะบูชาพระพุทธ รอบที่สอง ให้ สักการะบูชา พระธรรม และรอบที่สาม ให้สักการะบูชาพระสงฆ์ กำหนดไว้เพียงคร่าวๆ เท่านี้

แต่ที่แน่นอนไม่กำหนดให้ มาคุยกันจอแจเป็นตลาดนัด แล้วจิตใจก็ฟุ้งซ่านไม่ได้นึกว่าตนเองกำลังสักการะบูชาพระรัตนตรัยอยู่ รู้แต่ว่าเดินให้จบๆไป ก็ได้บุญกลับบ้าน หารู้ไหมว่า อาจพกบาปกลับบ้านด้วย เพราะสร้างความรำคาญให้บุคคลรอบข้าง ไม่รู้ว่าจะคุยกันไปถึงไหน

สอบถามคนรุ่นเก่าเขาก็บอกว่า วิธีเวียนเทียนแบบเดิมๆ คือ การตั้งอธิษฐานจิตก่อนเวียนเทียน ด้วยการ ระลึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บิดามารดา ครูอาจารย์ จะกล่าวเป็นคำพูดแบบไทยๆก็ได้ หรือจะนำบทสวดมนต์เท่าที่พอจะจำได้ มาประกอบ ระหว่างเดินก็จะระลึกถึงสิ่งดีงามต่างๆ โดย

รอบแรกมักจะนิยม สวดบท พระพุทธคุณคือ

อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ, วิชชาจะระณะสัมปันโน, สุขโต โลกะวิทู, อนุตตะโร ปุริสสะทัมมะสาระถิ, สัตถา เทวะมะนุสสานัง, พุทโธ ภะคะวาติ

รอบที่สอง สวดบท พระธรรมคุณ คือ

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, สันทิฏฐิโก, อะกาลิโก, เอหิปัสสิโก, โอปะนะยิโก, ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ

รอบที่สาม สวดบท พระสังฆคุณ คือ

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ยะทิทัง, จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐปุริสปุคคะลา, เอสะ ภะคะวะโต สาวะกสังโฆ อาหุเนยโย, ปาหุเนยโย, ทักขิเนยโย, อัญชะลีกะระณีโย, อนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ

หากผู้ที่จดจำบทสวดมนต์ไม่ได้ ก็ให้คิดเป็นคำไทย เพียงแต่ให้จิตสงบนิ่ง ไม่กระหืดกระหอบ เดินอย่างระวัง สบายๆ ไม่รีบร้อน ไม่เกร็ง และระวังไม่ให้ธูปหรือเทียนไปโดนคนข้างๆ หลังจากเดินครบสามรอบ ก็มาอธิษฐานจิต แผ่เมตตาแด่ มารดา บิดา ญาติ เจ้ากรรมนายเวร เจ้าบุญนายคุณ ตลอดทั้งสรรพสิ่งทั้งหลาย ก็เป็นอันจบกระบวนการเวียนเทียน

หวังว่าเรื่องเล่าเรื่องนี้คงพอเป็นแนวทางให้กับผู้ที่ยังงงงงอยู่กับการเดินเวียนเทียนอยู่นะครับ ขอเพียงไม่ทำให้บุคคลอื่นเดือดร้อนรำคาญ มีสมาธิ และมีจิตใจที่แจ่มใส แล้วคุณจะรู้ว่า การเดินเวียนเทียน ทำให้จิตใจคุณสบายกว่า เดินคุยกันรอบพระอุโบสถ แน่นอน …

อ้างอิง www.facebook.com/pages/ไหว้พระ/120222764691619

Leave a comment

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: